ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวออกมาตลอดในช่วงหลังว่าไมเคิลมีสุขภาพที่ย่ำแย่และทรุดโทรมลง ซึ่งเป็นผลจากการทุ่มเทเตรียมพร้อมการแสดงคอนเสิร์ต 50 ครั้งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยมีแผนระยะยาวในการเล่นคอนเสิร์ตไปจนถึงเดือนมีนาคม 2010
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า มีคนโทรศัพท์ฉุกเฉินแจ้งมายังตำรวจในเวลา 00.21 น.ตามเวลาในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเร่งเดินทางไปยังบ้านของเขา ก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถพยาบาลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเอ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตนักร้องในตำนานเอาไว้ได้
รายงานข่าวระบุต่อว่า มารดาและน้องชายของไมเคิลรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลทันทีเมื่อทราบข่าว นอกจากนี้ ยังมีคนเห็นว่า "ลา โทย่า"น้องสาวของไมเคิล วิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับครอบครัว เปิดเผยว่า "มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด แต่ไมเคิลก็มีสุขภาพอ่อนแอมาตลอด ทุกคนสามารถเห็นสัญญาณของเรื่องนี้ เขารู้สึกทรมานอยู่เสมอ จริงๆ แล้วชีวิตของเขาได้หลุดลอยไปนานแล้ว ดีแล้วละที่ในที่สุดเขาจะได้พักผ่อนอย่างสงบ"
ด้านแหล่งข่าวอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า "ไมเคิลอ่อนแอมากทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หลายคนเตือนแล้วว่า เขาพยายามทำทุกอย่างมากเกินไป แต่ไมเคิลอยากกลับมาทำงานอีกครั้งเหลือเกิน เขากดดันตัวเองหนักขึ้นและหนักขึ้น เพราะไม่ต้องการให้แฟนเพลงต้องผิดหวัง และเขาก็ต้องการเงินด้วย"
ผู้สื่อข่าวรายงานซีเอ็นเอ็นรายงานว่า หลังจากที่คนอเมริกันทราบว่า ไมเคิลได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน แฟนเพลงจำนวนมากได้ไปรวมตัวกันที่โรงพยาบาลยูซีแอลเอ เพื่อรอฟังข่าวอย่างใกล้ชิดและร่วมกันไว้อาลัยให้กับเจ้าของตำนานราชาเพลงป๊อป
ขณะเดียวกัน โลกบนอินเตอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของไมเคิล มีการส่งข้อความสั้น เขียนกระทู้แสดงความเสียใจ ร่วมไว้อาลัย รวมทั้งการโพสต์ข้อมูลและข้อความแสดงความเห็นมากมาย ตั้งแต่ประวัติ ภาพถ่ายในแต่ละคอนเสิร์ต จากอดีตวัยเด็กเมื่อไมเคิล เป็นหนึ่งในนักร้องนำ วงแจ็คสัน ไฟว์ (Jackson Five) กระทั่งเติบโตแต่งงานกับลิซ่า เพรสลีย์ บุตรสาวคนเดียวกับเอลวิส เพรสลีย์ ภายหลังได้แยกทางกัน ไปจนถึงการทำศัลยธรรมทั้งรูปร่างหน้าตา และการเปลี่ยนสีผิว โดยภาพสุดท้ายที่ถูกสื่อมวลชนนำเสนอ คือ ภาพหลังใบหูของเขา ถูกตัดกระดูกอ่อนนำไปใช้เสริมดั้งจมูก
ที่มา : มติชน