Emerson, Lake & Palmer นับเป็นวงโปรเกรสซีฟร็อคแบบซุเปอร์กรุปวงแรก พวกเขาได้รับการตอบรับเป็นดั่งวีรบุรุษจากสื่อมวลชนและนักฟังเพลงแนวร็อค พวกเขาประสบความสำเร็จในการขยายฐานผู้ฟังโปรเกรสซีฟร็อคจากหลักแสนไปเป็นสิบล้านคน พวกเขากลายเป็นวงที่แผ้วถางทางให้กับวงอย่าง Yes ที่กลายมาเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของพวกเขาตลอดยุค 1970s อีกด้วย รวมถึงเป็นต้นแบบให้กับวงโปรเกรสซีฟร็อครุ่นใหม่ อย่าง Dream Theater ปลายปี 69 มือคีย์บอร์ด คีธ อีเมอร์สัน กับวง the Nice ขึ้นแสดงที่ Fillmore West ร่วมเวทีเดียวกับ King Crimson วงหน้าใหม่มาแรงที่มีนักร้องนำและมือเบส เกร็ก เลก พวกเขาคุยกันถึงการร่วมงานกันในตอนนั้น แต่มาร่วมทีมกันได้จริงก็ตอนที่สมาชิกวง Crimson เริ่มแตกคอกันในระหวางการทัวร์อเมริกาครั้งแรก อีเมอร์สันกับเลกมาร่วมวงกันอย่างเป็นทางการในปี 1970 และทำการออดิชันมือกลองหลายๆ คน ก่อนจะมาลงเอยที่ คาร์ล ปาล์มเมอร์ อดีตสมาชิกของ the Crazy World of Arthur Brown พวกเขาลงมือทำงานเพลงและฝึกซ้อมกันอย่างหนัก แล้วในเดือนสิงหาคม 1970 ELP ก็เปิดการแสดงครั้งแรกที่ Plymouth Guildhall ก่อนที่อัลบัมชุดแรกจะออกวางตลาดในเดือนพ.ย. ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในทันที ขณะที่การแสดงของพวกเขาก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญถึงไปอย่างรวดเร็ว ซาวน์ดของวงได้รับการพัฒนาขึ้นมา จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะการใช้ซินธิไซเซอร์ Moog และแพทเทิร์นกลองที่ไม่เหมือนใครของปาล์มเมอร์ ซึ่งสื่อออกมาอย่างชัดเจนในอัลบัมชุดที่สองของพวกเขา Tarkus แม้ว่าในตอนแรกพวกเขาจะต้องทะเลาะกันอย่างหนักในเรื่องของซาวน์ดก็ตามที อัลบัมนี้ขึ้นอันดับหนึ่งในอังกฤษและเข้าท็อปเท็นในอเมริกา ขณะที่การแสดงของวงในวันที่ 21 มีนาคม 1971 ที่ Newcastle City Hall ถูกบันทึกเสียงเอาไว้ และกลายมาเป็นอัลบัมแสดงสด Pictures at an Exhibition (ซึ่งมาจากที่ทางวงดัดแปลงเพลง "Pictures at an Exhibition" ของ Mussorgsky มาเล่นด้วย) ผลงานชุดต่อๆ มาของพวกเขานั้นยังคงยอดเยี่ยมและรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ Trilogy เป็นงานที่ลงตัวที่สุด ด้วยสัมพันธภาพของพวกเขา บวกกับฝีมือและจินตนาการ และเพลง Hoedown ของแอรอน โคปแลนด์ ที่ถูกนำมาบรรเลงไว้ในอัลบัมนี้ก็กลายมาเป็นเพลงคลาสสิกไปโดยปริยาย ชื่อเสียงของทางวงยังเพิ่มมากขึ้นเมื่อพวกเขาอยากจะบันทึกเสียงมูฟเมนต์แรกของ Piano Concerto No. 1 ของ Alberto Ginastera แต่ทาง publisher ไม่อนุญาต พวกเขาจึงทำการติดต่อไปที่ผู้ประพันธ์โดยตรง ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้ทำได้อย่างเต็มที่และยังชื่นชมในงานเพลงที่ออกมาอีกด้วย แทร็กที่ว่านั้นคือ "Tocatta" ในอัลบัม Brain Salad Surgery ที่ออกวางตลาดในปี 1973 ซึ่งพีต ซินฟีลด์ อดีตสมาชิกของ King Crimson เข้ามาช่วยในการเขียนเนื้อเพลงในอัลบัมนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของวงมาตลอด ทำให้อัลบัมนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของวงมาจนถึงปัจจุบันนี้